วิวัฒนาการของดาวฤกษ์ สิ่งที่สังเกตได้ง่ายของดาวฤกษ์คือความสว่างและสี เราสามารถจำแนกดาวตามสเปคตรัมซึ่งเรียกว่า “Draper classification” โดยใช้อักษรในการเรียกชื่อกลุ่ม เริ่มจากกลุ่มที่มีอุณหภูมิสูงไปยังอุณหภูมิต่ำ ได้แก่กลุ่ม O, B, A , F, G, K และ M และต่อมาพบว่าต้องมีการแบ่งกลุ่มละเอียดลงไปอีก จึงได้แบ่งแต่ละกลุ่มออกเป็น 10 กลุ่มย่อย โดยใช้ตัวเลขเพิ่มเข้าไป 1.ฤกษ์เกิดมาโดยมีมวลไม่เท่ากัน โดยดาวเหล่านี้จะใช้ปฏิกิริยานิวเคลียร์แบบ p-p reaction และดาวเหล่านี้จะอยู่ในระยะ (stage) ของดาวบนแถบกระบวนหลัก (Main sequence) 2. ดาวฤกษ์จะอยู่บนแถบกระบวนหลัก (Main sequence) เป็นเวลานานเพียงใดขึ้นอยู่กับมวลของดาวดวงนั้นเพราะความสุกสว่าง (Luminosity) ของดาวขึ้นอยู่กับมวลตามความสัมพันธ์ L๊ α M๊3.5 ดังนั้น ดาวที่มีมวลมากจะวิวัฒนาการจากแถบกระบวนหลัก (Main sequence) ได้เร็ว 3. ดาวฤกษ์ที่มีมวลมากจะวิวัฒนาการออกจากแถบกระบวนหลัก (Main sequence) ไปเป็นดาวยักษ์แดง (Red giant) 4. วิวัฒนาการจากแถบกระบวนหลัก (Main sequence) --> ดาวยักษ์แดง (Red giant) เป็นไปอย่างรวดเร็วทำให้เกิด Hertzsprung gap ขึ้น 5. วิวัฒนาการของดาวฤกษ์จากแถบกระบวนหลัก (Main sequence) สามารถแยกย่อยออกเป็นระยะ stage ต่างๆ ขึ้นอยู่กับมวลของดาวดวงนั้น - เข้าสู่ Subgiant branch of hydrogen shell burning (SGB) - เข้าสู่ Red Giant branch (RGB) - เข้าสู่ Helium core burning (HB) - เข้าสู่ Asymptotic giant branch during hydrogen and helium burning (AGB) - และ post-AGB วิวัฒนาการไปเป็น White dwarf (P-AGB
ดวงอาทิตย์เป็นดาวกฤษ์มวลน้อย พลังงานในดวงอาทิตย์ได้มาจากปฏิกิริยา เทอร์โมนิวเคลียร์ เมื่อใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนหมดแกนกลางจะยุบตัวเกิดการเผาผลาญฮีเลียม แล้วขยายขนาดใหญ่เป็นดาวยักษ์แดง และดาวแคระห์ขาว
อันดับควาสว่างต่างกัน n สว่างต่างกัน 2.5ยกกำลังnเท่า ความสว่างจากน้อยไปมาก ดาวซีรีอัส ดาวศุกร์เมื่อสว่างที่สุด ดวงจันทร์เมื่อสว่างที่สุด
สีของดาวฤกษ์จะสัมพันธ์กับอุณหภูมิที่ผิว และอายุของดาว สี หรืออุณหภูมิพื้นผิว ดาวสีน้ำเงินจะมีอุณหภูมิสูง อายุน้อย ดาวสีส้มแดง จะมีอุณหภูมิต่ำ อายุมาก
stroberi ★

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น